โควิด-19 ช่วยให้สถานการณ์สมุนไพรไทย 2564 ในไทยโตขึ้นหลายเท่า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ส่งผลให้หลาย ๆ คนเริ่มหันมาดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันแบบจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นั่นยิ่งส่งผลให้ตลาดสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีอัตราโตขึ้นในทุก ๆ ปี

โควิด-19 ทำตลาดสมุนไพรไทยบูมขึ้นกว่าปีก่อนหลายเท่า

ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2560 – 2563 สมุนไพรไทย มีอัตราที่โตขึ้นถึงปีละ 10% เนื่องจากสมุนไพรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง อาทิ ใช้ในการประกอบอาหาร, ใช้เป็นยารักษาโรค, ใช้ลดน้ำหนัก, ชะลอความแก่, บำรุงสุขภาพ, เวชสำอาง และอื่น ๆ อีกมากมาย ปัจจุบันเลยทำให้ตลาดสมุนไพรไทยโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

อีกทั้งในตอนนี้ยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ นั่นยิ่งทำให้คนหันมาสนใจสมุนไพรมากขึ้นกว่าเดิม นี่จึงกลายเป็นภาพสะท้อนว่าตลาดสมุนไพรไทยช่วงโควิด-19 เติบโตได้ดี สวนกระแสกับตลาดหรืออุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ที่เริ่มถอยหลังซบเซาลง โดย อัตราการเติบโตของสมุนไพรไทยเฉลี่ย 10.3% ซึ่งถือว่าเติบโตมากที่สุดแล้วในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์สมุนไพรไทย 2564 ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โควิด-19 ทำตลาดสมุนไพรไทยบูมขึ้นกว่าปีก่อนหลายเท่า

เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น นี่จึงได้กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เกษตรไทยหันมาสร้างรายได้ด้วยการปลูกสมุนไพร โดยเรื่องนี้นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการบอกถึงนโยบายเพื่อรองรับถึงความต้องการของตลาดสมุนไพร ซึ่งทางกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการเดินหน้าขับเคลื่อนให้เกษตรไทยปลูกสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง และมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการร่วมกันเพื่อผลิตพืชสมุนไพรที่มีคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อส่งเสริมโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่จะใช้พืชสมุนไพรรักษาควบคู่ไปกับแพทย์แผนปัจจุบัน

คนรุ่นใหม่นิยมสมุนไพร เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้น

ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการจัดพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่ได้มาตรฐานจำนวน 64,917 ไร่ พร้อมด้วยสมุนไพรกว่า 80 ชนิด ซึ่งจะแบ่งพื้นที่ดังกล่าวออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่มาตรฐาน GAP จำนวน 54,755 ไร่ และพื้นที่มาตรฐาน Organic Thailand จำนวน 13,162 ไร่

คนรุ่นใหม่นิยมสมุนไพร เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้น

นอกจากนี้ยังได้จัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ปลูกสมุนไพร เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ปลูกสมุนไพรอย่างชัดเจน สามารถส่งเสริมรายได้ของเกษตรได้ โดยได้ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยที่ลงทะเบียนแล้ว 2,866 ครัวเรือน ให้ผลิตในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ได้แล้ว 34 แปลง ใน 21 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่กว่า 5,500 ไร่ ส่วนกรมที่ดินก็ได้จัดทำแผ่นที่ความเหมาะสมของที่ดี สำหรับการปลูกพืชสมุนไพรที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด จำนวน 24 ชนิด ที่สำคัญยังได้มีแผนพัฒนาบุคลลากรเพื่อตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร และปรับปรุงห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองมาตรฐาน เพื่อให้สินค้าที่ส่งออกดีที่สุด

ในส่วนของแผนการตลาดที่ผ่านมาก็ได้จัดทำ MOU ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และตลาดไท เพื่อให้พืชสมุนไพรสดและเครื่องเทศที่วางจำหน่ายปลอดภัย ที่จะมีการกำหนดเปิดตลาดในช่วงปลายปี 2564 นี้ นอกจากนี้ก็ยังมีการทำตลาดอิเล็กทรอนิกส์ DGT Farm ที่รวบรวมกลุ่มสินค้าพืชสมุนไพรมาตรฐาน GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เอาไว้อีกด้วย

โควิด-19 ช่วยให้สถานการณ์สมุนไพรไทย 2564 ในไทยโตขึ้นหลายเท่า

ปัจจุบันไทยยังเป็นผู้ส่งออก และส่งเสริมสมุนไพรให้เป็น Product Champion ที่ได้รับความนิยมจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งหมด 4 ชนิด คือ กระชายดำ, ไพล, บัวบก และขมิ้นชัน แต่ทั้งนี้ก็ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดเช่นกัน อาทิ มะขามป้อม, พริก, ฟ้าทะลายโจร, กระเจี๊ยบแดง, หญ้าหวาน เป็นต้น

พืชสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดมีอีกมาย อีกทั้งทิศทางการเติบโตของสถานการณ์สมุนไพรไทย ก็ยังมีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังอยู่ในช่วงว่างงาน หรือต้องการหารายได้เสริมนอกเหนือจากการเล่นสล๊อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นแล้ว ลองศึกษาวิธีการปลูกสมุนไพรเพื่อสร้างรายได้ ก็ดูจะเป็นทางออกที่น่าลองทำไม่น้อยเลยทีเดียว

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *